วันอังคารที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ไปวัดธาตุน้อย พ่อท่านคล้าย วาจาศิทธิ์

ผมออกจากวัด ถลุงทอง เกือบเที่ยง โดยใช้ถนนสาย ไม้หลา-ลานสกา-จันดี ขับรถผ่าน “น้ำตกกระโรม” ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในเทือก เขาหลวง อันลือชื่อของ จ.นครศรีธรรมราช

เทือกเขาหลวงนี้ อยู่บนพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง,ตรัง,นครศรีธรรมราช,สุราษฎ์ธานี มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น เขาเมร,น้ำตกพรหมโลก,น้ำตกอ้ายเขียว,เขายอดเหลือง,น้ำตกกรุงชิง(ในอดีตเคยเป็นฐานใหญ่ของคอมมิวนิสภาคใต้) เป็นต้น

เมื่อผ่านน้ำตกกระโรม ถนนเริ่มขึ้นเขาชัน เรียกว่า “เขาธง” อันเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่าง อ.ลานสกา กับ อ.ช้างกลาง ส่วนที่สูงที่สุดก่อนลงเขา เป็นลานพักรถ มีเพิงขายผลไม้พื้นเมืองมากมาย เช่น เงาะ,มังคุด,ทุเรียน,ขนุน,จำปาดะ,ลางสาด,ลองกองฯลฯ ซึ่งเป็นผลไม้ท้องถิ่นตามฤดูกาล

บนลานจอดรถนี้ยังมีบ่อน้ำบริสุทธิ์ที่ผุดขึ้นมาตามธรรมชาติจากใต้ภูเขา ชาวบ้านเรียกว่า “บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์พ่อท่านคล้าย” คนที่ขับรถผ่านเส้นทางนี้บ่อยๆ จะใช้น้ำจากบ่อน้ำนี้ ล้างหน้า ล้างตาคลายง่วง ใช้เติมหม้อน้ำรถยนต์ แม้กระทั่งใช้ดื่มกิน และสิ่งสำคัญมากบน “เขาธง” แห่งนี้คือ “ศาลาพ่อท่านคล้าย” อันมีรูปปั้นขนาดใหญ่ของ “พ่อท่านคล้าย” อยู่ภายในศาลา ซึ่งตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของถนนบนส่วนที่สูงที่สุด ณ จุดนี้


ศาลา "พ่อท่านคล้าย" บน "เขาธง"
-----------------------------

รูปปั้น "พ่อท่านคล้าย"ภายในศาลา
-----------------------------
สำหรับผู้เดินทางหรือผู้ที่ขับรถผ่านไป-มา ก็จะแวะขึ้นไป จุดธูป เทียน ไหว้สักการะขอพร หรือถ้าไม่จอดก็จะบีบแตร 3 ครั้ง เป็นการแสดงความสักการะและขอพรให้ปลอดภัยในการเดินทาง

ส่วนผมเที่ยวนี้ ตั้งใจขับรถขึ้นไปจอดที่ลานจอดรถด้านหลังศาลา(ซึ่งจะมีสำนักสงฆ์อยู่ด้วย) ตั้งใจกราบไหว้ขอพร “พ่อท่านคล้าย” และถ่ายภาพมาให้ได้ดูกัน

ประมาณเที่ยงวัน ผมลงจาก “เขาธง” ขับรถมาเรื่อยๆ ก่อนถึง “บ้านมะนาวหวาน” ผ่านทางแยกเข้า “วัดสวนขัน” (ซึ่งผมเคยไปมาหลายครั้ง) อยู่ทางด้านขวามือ อันเป็นวัดที่ “พ่อท่านคล้าย” เคยเป็นเจ้าอาวาสมาตั้งแต่ พ.ศ.2448 ก่อนจะไปสร้าง “วัดธาตุน้อย”

***มีเรื่องเล่าต่อๆกันมาว่า สมัยที่ “พ่อท่านคล้าย” อยู่ที่ “วัดสวนขัน”นั้น เมื่อวันเข้าพรรษาของปีหนึ่ง ได้มีเต่าป่าขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง มาจากไหน ไม่มีใครรู้ ได้คลานต้วมเตี้ยมๆ ผ่านผู้คนมากมายที่มาทำบุญเข้าพรรษาภายในวัดวันนั้น ตรงไปยังกุฏิของ “พ่อท่านคล้าย” เมื่อไปถึงตรงหน้าที่ พ่อท่านคล้ายนั่งอยู่ เต่าใหญ่ตัวนั้นก็หยุดสงบนิ่งมอง พ่อท่านคล้ายอยู่อย่างนั้น ส่วน พ่อท่านคล้าย ก็ทักทายปราศรัย พูดคุยกับเต่าตัวนั้น เหมือนคนที่รู้จักสนิทสนมกันมานานปี


จนกระทั่งเวลาพอสมควร พ่อท่านคล้าย ได้เรียกให้ลูกศิษย์ นำเอาสีแดงมาเขียนไว้บนหลังเต่าตัวนั้นว่า “คล้าย” หลังจากนั้นก็ได้ให้พรกับเต่าตัวนั้น ก่อนจะบอกให้เต่าตัวนั้นกลับไป เจ้าเต่าป่าตัวใหญ่นั้นก็คลานต้วมเตี้ยม จากไป และหลังจากวันนั้นเป็นต้นมา เมื่อถึงวันเข้าพรรษา เจ้าเต่าตัวนั้นก็จะมาปรากฏตัวขึ้นที่ วัดสวนขัน ทุกปี


หลังจาก พ่อท่านคล้าย ละสังขารแล้วหลายปี ก็ยังมีคนเคยเห็นเต่าใหญ่ ที่มีตัวหนังสือสีแดงเขียนไว้บนหลังว่า “คล้าย” คลานต้วมเตี้ยมๆ อยู่ริมถนนลงมาจาก เขาธง มุ่งหน้าไปยัง วัดสวนขัน ก่อนวันเข้าพรรษา


เรื่องเล่านี้จะจริงเท็จประการใด ชำนาญ ณ.อันดามันไม่ยืนยัน แต่ถ้าท่านมีโอกาส ได้ไป วัดสวนขัน สอบถามพูดคุยกับคนเก่าๆ แก่ คงจะยังพอมีคนเล่าให้ฟัง***

จาก “บ้านมะนาวหวาน” ผมผ่าน “วิทยาลัยเกษตรกรรมควนพลอง” เมื่อตอนหนุ่มๆ ผมเคยมาเล่นดนตรี มีทหารพรานจาก “ค่ายทหารพรานควนพลอง” ซึ่งอยู่ใกล้ๆ เข้ามาควงลูกระเบิดเต้นอยู่หน้าเวทีดนตรีด้วยความเมา ทำเอาหวาดเสียวกันทั้งงาน (เรื่องปลีกย่อยของผม)

ผ่าน วิทยาลัยฯมานิดหน่อยก็ถึงทางแยกขวาไปตลาดจันดี ไป อ.ฉวาง อ.พิปูน และไปถึง บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎ์ฯได้

จากสามแยกนี้ ขับรถไม่ถึง 10นาทีก็ถึงสะพานข้ามทางรถไฟสายใต้ เมื่อลงจากสะพานแล้วก็เลี้ยวซ้ายเข้า “วัดธาตุน้อย” มีลานจอดรถ กว้างขวาง สะดวกสบาย

ผมมาถึง “วัดธาตุน้อย” เวลาเที่ยงเศษๆ จอดรถเสร็จ จะเดินไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งอยู่ด้านหลังกุฏิท่านเจ้าอาวาส และจะต้องเดินผ่านโรงอาหาร จึงจะเข้าห้องน้ำได้

บังเอิญว่า วันนี้ มีงานศพภายในวัดและที่โรงอาหารก็มีคนที่มางานศพกำลังรับประทานอาหารอยู่มากมาย ทางฝ่ายเจ้าภาพก็กำลังเชื้อเชิญแขกที่เดินมางานให้เข้าไปรับประทานอาหาร และผมก็มีความจำเป็นจะต้องเดินผ่านหน้าเจ้าภาพซ่ะด้วย ก็เลยถูกชวนให้เข้าไปนั่งรับประทานอาหารด้วยสิครับ ท่านผู้ชม

ผมบอกเจ้าภาพว่า “ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนแล้วจะกลับมา” แล้วรีบจ้ำอ้าวตรงไปห้องน้ำทันที หลังจากเสร็จภารกิจ ผมต้องหาทางเดินไปด้านหน้าวัดโดยไม่ต้องเดินกลับไปผ่านเจ้าภาพงานศพอีก ซึ่งต้องเดินอ้อมจนเหงื่อแตกซิกทีเดียว (นี่ถ้าผมหิวๆมา หาเรื่องกินข้าวฟรีสักมื้อก็คงได้ ฮิ ฮิ)

เอาล่ะครับ ชมภาพภายใน “วัดธาตุน้อย” กันดีกว่า

บนเจดีย์ชั้นแรก
---------------------

ครอบโลงแก้ว"พ่อท่านคล้าย"ภายในเจดีย์ชั้นสอง
----------------------------

สังขาร"พ่อท่านคล้าย"ภายในโลงแก้ว
-------------------------
พอหอมปาก หอมคอนะครับ ประมาณบ่าย 2 โมง ผมก็ออกจากวัดธาตุน้อยมา มุ่งหน้า ไปหาถนน สายเอเชีย(41) เพื่อไปให้ถึง สี่แยก "บ้านส้อง"
แล้วพบกันใหม่ครับ สวัสดี
ชำนาญ ณ.อันดามัน
ก.ค.53
-------------------------------
-------------------------------
ส่วน ประวัติ "พ่อท่านคล้าย" พอสังเขป อ่านด้านล่างครับ



----------------------------

ประวัติพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์


"พ่อท่านคล้าย” หรือ พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดสวนขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช

นามเดิมว่า "คล้าย สีนิล" เกิดตรงกับ วันที่ ๒๗ ตรงกับวันอังคาร ขึ้น ๑๕ค่ำ เดือน ๔ ปีชวด จ.ศ. ๑๒๓๘ ร.ศ. ๙๕ ที่บ้านโคกทือ ตำบลช้างกลาง กิ่งอำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายอินทร์ นางเหนี่ยว สีนิล มีพี่สาว ๑ คน ชื่อนางเพ็งเป็นภรรยานายซ้าย เพ็ชรฤทธิ์ ไม่มีบุตรสืบสกุลแต่มีบุตรบุญธรรมหนึ่งคน ชื่อนายครื้น เพ็ชรฤทธิ์

เมื่ออายุ ๑๕ ปี หลวงพ่อคล้าย ประสบอุบัติเหตุในการถางป่าทำไร่กระดูกปลายเท้า สามนิ้วแตกละเอียด รักษาไม่หาย ด้วยกำลังใจที่เด็ดเดี่ยว พ่อท่านคล้ายได้ใช้มีดตัดปลายเท้าออกด้วยตัวเอง และใช้ยาพอกจนหายเป็นปกติแล้วใส่กระบอกไม้ไผ่แทน

พ่อท่านคล้าย ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๓๘(อายุ ๑๙ ปี) บรรพชาที่วัดจันดี ต.หลักช้าง บรรพชาโดยอาจารย์ พระอธิการจันเจ้าอาวาสวัดจันดี (ทุ่งปอน)

เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี จึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ อุทกุกเขปสีมา หรือศาลาน้ำ ได้รับฉายาว่า จนฺทสุวณฺโณ โดยมีพระครูกราย คงคสุวณฺโณ เจ้าอาวาสวัดหาดสูง เป็นพระอุปัชฌาย์ แล้วได้ไปจำพรรษา อยู่ที่วัดทุ่งปอน หรือวัดจันดี

ต่อมาปี พ.ศ.๒๔๔๑ พ่อท่านคล้าย ได้เข้าศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลี เรียนมูลกัจจายนะ ในสำนักพระครูกาแก้ว (ศรี) ณ วัดหน้าพระธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จบหลักสูตรมูล พอแปลบาลีได้ ศึกษาอยู่เป็นเวลา ๒ พรรษา

ปี พ.ศ.๒๔๔๓ ต่อมาได้ศึกษาทาง วิปัสสนากัมมัฎฐาน ที่สำนักวัดสามพัน อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีอาจารย์หนูเจ้าอาวาสเป็นผู้สอน

ปี พ.ศ.๒๔๔๕ พ่อท่านคล้าย ได้กลับมาอยู่จำพรรษาวัดหาดสูง ใกล้ตลาดทานพอ ในสำนักพระครูกราย ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของพ่อท่าน เพื่อศึกษาวิปัสสนาและไสยศาสตร์ โดยเหตุที่พระครูกราย เป็นอาจารย์ฝ่ายวิปัสสนาและทรงวิชาคุณทางไสยศาสตร์ในสมัยนั้น

ปี พ.ศ.๒๔๔๗ พ่อท่านคล้าย ได้ไปจำพรรษาที่วัดมะขามเฒ่า อำเภอระโนด จังหวัดสงขลาเพื่อศึกษาภาลีและอภิธรรมเพิ่มเติม

ปี พ.ศ.๒๔๔๘ พ่อท่านกลับจากวัดมะขามเฒ่า มาจำพรรษาอยู่ที่วัดทุ่งปอน (จันดี)

ในปี พ.ศ.๒๔๔๘ พระปลัดคง เจ้าอาวาสวัดสวนขัน ลาสิกขาบท คณะอุบาสกอุบาสิกาของวัดสวนขัน ได้ร่วนกันเสนอไปยัง ท่านพระครูกรายเจ้าคณะแขวงฉวาง ขอแต่งตั้ง"พ่อท่านคล้าย"เป็นเจ้าอาวาส วัดสวนขันแทน ท่านพระครูกรายก็เสนอไปยังเจ้าคณะเมือง (ม่วง เปรียญ) ครั้งดำรง สมณศักดิ์เป็นเจ้าคุณ พระศิริธรรมมุนี เจ้าคณะเมือง ได้แต่งตั้งให้พ่อท่านคล้ายเป็นเจ้าอาวาสวัดสวนขันแต่นั้นมา

มรณภาพ

เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๓ ตรงกับแรม ๙ ค่ำ เดือน๑๒ ปีจอ พ่อท่านได้รับนิมนต์ เดินทางไปจังหวัดสุรินทร์ เนื่องในงาน พุทธาภิเษก ได้เกิดอาพาธ กะทันหัน คณะศิษย์จึงนิมนต์พ่อท่านขึ้นรถด่วนเข้ากรุงเทพ ถึงวันรุ่งขึ้นได้นำพ่อท่านเข้าโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ แพทย์ได้ให้การรักษาจนเต็มความสามารถ เป็นเวลา๑๔วัน ครั้นถึงวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๑๓ เวลา ๒๓.๐๕ น. พ่อท่านคล้าย จึงได้มรณภาพ ด้วยอาการสงบ รวมอายุได้ ๙๖ ปี

หลังจากบำเพ็ญกุศลครบ ๑๐๐ วัน จึงได้บรรจุสรีระของท่านไว้ในโลงแก้ว ประดิษฐานอยู่ในองค์พระเจดีย์ในวัดพระธาตุน้อยจนถึงปัจจุบัน

อภินิหารพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์

เรื่อง ขนทรายมาสร้างโบสถ์

ในการสร้างโบสถ์ในวัดแห่งหนึ่ง ชาวบ้านพูดว่า “ไม่มีทรายพ่อท่านคล้ายบอกว่า “ขอให้รออีกสองสามวัน เทวดาจะเอาทรายมาให้” หลังจากนั้นเพียงสองสาวัน เกิดมีพายุและน้ำหลาก กระแสน้ำพัดเอาทรายมากองไว้ข้างทางวัดเป็นอันมาก พอที่จะสร้างโบสถ์ได้อย่างสบาย

เรื่องต้นไม้หักโค่น

ในงานศพ นายด้วง ราชู บ้านหมู่ที่ 6 ตำบลร่อนพิบูลย์ อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ญาติต้องการจะนำศพไปเผาที่วัดโคกแร่ โดยอ้างว่า ที่วัดมัชฌาภูผา ไม่มีไม้ฟืน พ่อท่านถูกนิมนต์ให้ไปอยู่ในงานนั้นด้วย พูดว่าไม้ฟืนมีกะลุย (มีเยอะแยะ) เผาที่วัดมัชฌิมภูผานี้แหละ เพราะเป็นวัดของสกุลญาติของผู้ตายก็ยอม โดยความเคารพนับถือในพ่อท่านในคืนนั้นเอง กิ่งพิกุล ในวัดฌิชมพูผาหักโค่นลงกิ่งใหญ่พอแก่การฌาปนกิจศพนายด้วงในวันนั้น

ชำนาญ ณ.อันดามัน
----------------------------------------------

พื้นที่แสดงความคิดเห็น


(กรุณาใช้คำสุภาพด้วยครับ ขอบคุณ)

---------------------------------------------

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ6 เมษายน 2555 19:20

    ผมอยากทราบประวัติสร้าง พระ พิมพ์ปั๊มหลวงพ่อคล้ายพิมพ์ใหญ่วัดธาตุน้อย ปี 05 ครับ มีกี่องค์ แบบใดบ้าง ปัจจุบันราคาเท่าไหร่ครับ ขอบคุณครับ

    ตอบลบ

ความคิดเห็นทั่วไป สร้างสรรค์ ใช้คำสุภาพ