วันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2553

วัดเขาอ้อ สำนักตักศิลาแห่งดินแดนทักษิณ สัมผัสร่องรอยจอมขมังเวทย์



อ่างแช่ว่าน
---------------
วันที่ 17 มิ.ย.53 พวกผมร่ำลา “ควายน้ำ” ที่ “ทะเลน้อย” ขับรถย้อนกลับมาทางถนนสายเชื่อมระหว่างที่ทำการอุทยานฯทะเลน้อย - อ.ควนขนุน (สาย4048)

ที่ตั้ง สำนักตักศิลาเขาอ้อ
-----------------------

ด้วยระยะทางไม่ไกล พอข้ามรางรถไฟสายใต้ ก็เลี้ยวขวาเข้าถนนซอยไปประมาณ 2 กิโลเมตร ก็ถึงที่ตั้งของ “วัดเขาอ้อ” อันเป็นสำนักร่ำเรียน วิชาอาคม ไสยเวทย์ของ ท่าน พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ ราชเดช นายตำรวจมือปราบ จอมขมังเวทย์ ในอดีตไม่นานที่ผ่านมา เจ้าตำหรับผู้สร้าง ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชและพระผง “สุริยัน-จันทรา” หรือ “จตุคาม-รามเทพ ปี30” อันลือลั่นไปทั่วปฐพี ที่ทำให้ ยาจกกลายเป็นเศรษฐีก็มีและเศรษฐีกลายเป็นยาจกก็มาก ที่มีอันเป็นไปต่างๆนาๆ ตายโหง ตายห่าก็ไม่น้อย อันสืบเนื่องมาจาก “ความโลภ” และ “กิเลส”ของมนุษย์ แท้ๆ

ประตูทางเข้าวัดด้านหน้า
-----------------------
เรามาถึงประตูเข้าวัดด้านหน้า แต่ถนนปิดเข้าไม่ได้ เนื่องจากกำลังปรับปรุงก่อสร้างสะพานเล็กๆทางเข้าวัด เราจึงต้องไปเข้าทางประตูด้านข้างแทนซึ่งไม่ห่างไปมากนัก และจะเห็นกุฏิเจ้าอาวาสเป็นอันดับแรก


กุฏิเจ้าอาวาส
---------------
เมื่อเข้าไปถึงในบริเวณวัด สังเกตุเห็นมีรถราและผู้คนมากพอสมควร เนื่องจากมีการอุปสมบท
เมื่อจอดรถเสร็จเรียบร้อย ทุกคนก็แยกย้ายกันไปกราบไหว้รูปปั้นเกจิอาจารย์ต่างๆ เพื่อขอพรและเป็น
สิริมงคล แก่ตัวเองตามอัธยาศัย


รูปปั้นอดีตเกจิอาจารย์
-----------------------

รูปปั้น ลำดับเจ้าอาวาส "วัดเขาอ้อ"
----------------------

ที่สำคัญและสุดยอดวิชาอาคมทุกองค์
-----------------------------

ส่วนผมก็ตระเวนเก็บภาพ ตามจุดต่างๆ เพื่อนำมาฝากท่านทั้งหลายและที่ดึงดูดใจผมมากที่สุดคือ ศาลาที่จัดใว้ให้เช่าบูชาวัถุมงคลรุ่นต่างๆของ "วัดเขาอ้อ" (ภาษาใต้พูดว่า..ให้ทอน)

------

มีตั้งแต่รูปหล่อลอยองค์ ขนาดต่างๆ ตะกรุด ผ้ายันต์

--------------------------

เนื้อว่าน 108 ชนิด
---

พระกริ่งและเหรียญ
-------------------

ต่อจากนั้นผมก็มุ่งไปตามจุดสำคัญต่างๆ ซึ่งเป็นร่องรอยการทำพิธีกรรมของเกจิอาจารย์ให้กับศิษย์ ผู้มีชื่อเสียงหลายคน ในอดีตอันเป็นที่มาของตำนานพิสดารและไสยเวทย์อันลือลั่น



ประตูทางเข้า ถ้ำฉัตรทันต์ ถ้าใครมา วัดเขาอ้อ แล้วไม่ได้เข้า ถ้ำฉัตรทันต์ ถือว่ามาไม่ถึง วัดเขาอ้อ
-----------------------


ภายในถ้ำ มีประชาชนเข้ามากราบไหว้ รูปปั้นเกจิอาจารย์ตลอดเวลา
-------------------------

บางมุมของถ้ำ ที่ลึกเข้าไปภายใน
------------------


ส่วนลึกที่สุดภายในถ้ำ ที่มีประตูเหล็กปิดกั้นไว้
-------------------------------
ผมเดินสำรวจลึกเข้าไปภายในถ้ำ จนถึงจุดที่ไม่มีใครเขาเข้าไป ซึ่งมืดมาก(ขนาดว่าถ่ายรูปกับแฟลชยังได้ภาพเท่าที่เห็นนั่นแหละ) พินิจพิจารณาอย่างตั้งอกตั้งใจและจินตนาการย้อนหลังไปเมื่อหลายสิบปีก่อนว่าแต่ล่ะจุดเขาทำอะไรกันบ้าง พร้อมกับเก็บภาพไปด้วย จนมีความรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นในหัวใจและขนลุกชันขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

ผมจึงค่อยๆเดินถอยหลังออกมาและในใจก็กล่าวขอขมาลาโทษต่อการกระทำล่วงเกินอะไรก็ตาม โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนกระทั่งมาถึงบริเวณที่พอมีคนอยู่บ้างจึงได้หันหน้าเดินออกทันที

เมื่อมาถึงด้านนอกก็เห็นทางขึ้นเขาไปยังถ้ำที่ใช้ประกอบพิธีกรรมอื่นๆอีกหลายจุด ใจจริงผมก็อยากขึ้นไปเพื่อจะได้เห็นจุดสำคัญเหล่านั้น แต่ไม่เห็นมีใครขึ้นไปสักคนและดูมันรกร้างและเปลี่ยวๆ ยังไงก็ไม่รู้ กลัวว่า ท่านพราหมณ์เจ้าของถ้ำ จะเป็นพญางูออกมาทักทาย ผมคงตกเขาตายเสียก่อน

ทางขึ้นเขาไปถ้ำต่างๆ ที่ใช้ประกอบพิธีทางไสยเวทย์ อาคมขลัง
---------------------

ผมตัดสินใจ เดินกลับมาที่ลานวัด ซึ่งพรรคพวกกำลังรออยู่ แล้วจึงได้ชวนกันออกจาก "วัดเขาอ้อ" สำนักตักศิลาอันเลื่องชื่อแห่งดินแดนทักษิณ เพื่อเดินทางต่อไปยัง “วัดบ้านสวน” ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจาก "วัดเขาอ้อ" มากนัก
-----------------------------------------------------
ประวัติ วัดเขาอ้อ และ ทำเนียบเกจิ

วัดเขาอ้อ ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลมะอกเหนือ ตำบลควนขนุน จังหวัดพัทลุง สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏชัด เพียงแต่ได้มีการเล่าสืบต่อกันมา ว่าสร้างมาประมาณพันกว่าปี
---------------------------------
วัดเขาอ้อ เป็นวัดที่มีแหล่งวิทยาคมทางไสยศาสตร์ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาแล้ว ตั้งแต่สมัยโบราณ พระเกจิอาจารย์ผู้สืบต่อวิชาทางไสยศาสตร์ ต่างก็เป็นที่พึ่งที่เคารพศรัทธาของประชาชนทั่วไปเช่น พระอาจารย์ทองเฒ่า พระครูสิทธิยาภิรัต (เอียด) พระอาจารย์นำ แก้วจันทร์ พระอาจารย์ศรีเงิน วัดดอนศาลา พระครูพิพัฒน์สิริธร (อาจารย์คง) วัดบ้านสวน พระอาจารย์ปาน วัดเขาอ้อ และ ที่เป็นฆราวาสที่คนทั่วไปรู้จักกันดีได้แก่ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช เป็นต้น


วัดเขาอ้อหรือสำนักเขาอ้อ มีลักษณะคล้ายสำนักทิศาปาโมกข์ของพราหมณ์ หรือฤษีผู้ทรงคุณ วิชาที่ถ่ายทอดนอกจากวิชาการปกครองตามตำราธรรมศาสตร์แล้ว พราหมณ์ผู้ทรงคุณวุฒิได้ถ่ายทอดเรื่องพิธีกรรมฤกษ์ยามการจัดทัพตามตำราพิชัยสงคราม ตลอดจนไสยเวทย์และการแพทย์


เดิมวัดเขาอ้อ หรือสำนักเขาอ้อ เป็นสถานที่บำเพ็ญพรตของพราหมณ์ผู้เรืองเวทย์ สืบต่อกันมาหลายรุ่น มีประวัติเล่าว่ามีพราหมณ์ผู้ทรงวิทยาคุณที่เรียกว่าฤษี ได้บำเพ็ญพรตจนสำเร็จวิชาพระเวทย์ ลำดับ 4 ของพราหมณ์ และได้สืบทอดวิชานั้นให้พราหมณ์ในลำดับ หลังต่อๆมาซึ่งพราหมณ์ในอดีตนั้น มีหน้าที่ถ่ายทอดวิชาความรู้แก่บุคคลในวรรณะกษัตริย์ หรือเชื้อพระวงศ์ เพื่อจะใช้วิชาปกครองบ้านเมืองต่อไป สำนักเขาอ้อจึงมีลักษณะคล้ายสำนักทิศาปาโมกข์ของพราหมณ์หรือฤษีผู้ทรงคุณ วิชาที่ถ่ายทอดนอกจากวิชาการปกครองตามตำราธรรมศาสตร์แล้ว พราหมณ์ผู้ทรงคุณวุฒิได้ถ่ายทอดเรื่องพิธีกรรมเลิกยาม การจัดทัพตามตำราพิชัยสงครามตลอดจนไสยเวทย์การแพทย์ตามตำราบอก วิชาทั้ง 2 สายนี้ได้สืบทอดโดยพราหมณ์คณาจารย์ผู้เฒ่า 2 ท่าน ซึ่งสืบทอดคนละสาย สำนักเขาอ้อในสมัยนั้น จึงมีพราหมณ์คณาจารย์ 2 ท่านเสมอ การสืบทอดวิชาได้ดำเนินมาจนถึงพราหมณ์รุ่นสุดท้ายเห็นว่าไม่มีผู้สืบทอด ต่อแล้วประกอบกับเล็งเห็นว่าเมื่อสิ้นท่านแล้วสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อาจถูกทิ้งร้างเนื่องจากสำนักเขาอ้อ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ พราหมณ์ผู้บรรลุพระเวทย์หลายท่านได้ฝังร่างไว้ที่นี่ สถานที่นี้จึงศักดิ์สิทธิ์ เกินกว่าที่จะถูกทิ้งร้างพราหมณ์ผู้นั้นจึงได้เล็งหาผู้ที่จะสืบทอดวิชาต่อและรักษาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ไว้ ขณะนั้นอิทธิพลของพระพุทธศาสนาได้แผ่เข้ามามีอิทธิพลรายล้อมเมืองพัทลุง แล้วเล็งเห็นว่าต่อไปภายหน้าพระพุทธศาสนาจะมีความเจริญรุ่งเรืองในแถบนี้ท่านเลยตัดสินใจไปนิมนต์พระภิกษุรูปหนึ่งมาอยู่ในถ้ำแทนท่าน และมอบคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของบูรพาจารย์พราหมณ์พร้อมทั้งถ่ายทอดวิชาทางไสยเวทย์ให้ รวมทั้งวิชาทางการแพทย์แผนโบราณ พระภิกษุรูปแรกทราบแต่เพียงว่า มีนามว่า ' ทอง ' (ตามหนังสือประวัติวัดทั่วราชอาณาจักรเล่มที่ 3 หน้า 686 )


สำนักเขาอ้อ หรือวัดเขาอ้อ ได้มีความเจริญรุ่งเรืองและบางครั้งก็ทรุดโทรมไปตามกาลเวลาจวบจนสมัยของเจ้าอาวาส รูปที่ 9 อาจารย์ทองเฒ่า หรือ พระครูสังฆวิจารณ์ฉัตรฑันบรรพต ซึ่งมีความชำนาญทางไสยศาสตร์มาก ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาวัดเขาอ้อ จนมีชื่อเสียงขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง


ข้อมูลจากเว็บไซต์ เทศบาลตำบลมะกอกเหนือ
-----------------------------------------------


ทำเนียบ เกจิวัดเขาอ้อ

พระอาจารย์ทองเฒ่า  พระอาจารย์เอียด  พระอาจารย์นำ  พระอาจารย์ปาน  พระครูพิพัฒน์สิริธร


หลวงพ่อดิษฐ์ ติสฺสโร  หลวงพ่อหมุน  หลวงพ่อเล็ก  หลวงพ่อพลับ  หลวงปู่เจ๊ก  หลวงพ่อกลั่น


พระอาจารย์ศรีเงิน  พระอาจารย์คล้อย  หลวงพ่อพรหม
-----------------------------------------------------------------

รอติดตาม... ประวัติของ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ ราชเดช ผู้ปราบ "เสือเอื้อม" ผู้ยิ่งใหญ่แห่ง "ป่าพรุควนเคร็ง" ในอดีต จนยอมแพ้ศิโรราบและจำต้องบวชไม่สึก จนกระทั่งทุกวันนี้ ซึ่งรู้จักกันในนาม "พ่อท่านเอื้อม กะตะปุญโญ" แห่ง "วัดบางเนียน" หนึ่งเกจิผู้เข้มขลังแห่งดินแดนทะเลใต้


ขุนพันธรักษ์ ราชเดช
------------------

พ่อท่านเอื้อม กะตะปุญโญ หรือ เสือเอื้อม ในอดีต
------------------------------

พบกันใหม่ ตอนหน้า สวัสดีครับ
ชำนาญ ณ.อันดามัน
------------------------------------------------------------------



7 ความคิดเห็น:

  1. ตักศิลาเขาอ้อ ยังเป็นที่เลื่องลือเสมอ
    ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากครับ ชัดเจนทั้งเนื้อหา และภาพประกอบครับผม

    ตอบลบ
  2. ที่สำนักเขาอ้อ.
    มีอาจารย์ที่สักยันต์.
    ไหมคับบอกผมน่อยคับ

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ12 กันยายน 2559 23:50

    ท่านชื่อพระอาจารย์อะไรครับ ผมจะไปกราบนมัสการครับ

    ตอบลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ16 กรกฎาคม 2560 09:29

    มีครับเป็นสำนักอาจารย์ ผมไปสักมาแล้วคับ

    ตอบลบ
  5. รบกวนถามค่ะ ถ้าไปสักยัต์ต้องจองคิวมั้ยค่ะ หรือมีมั้ยว่าต้องสักเฉพาะวันไหน ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ

ความคิดเห็นทั่วไป สร้างสรรค์ ใช้คำสุภาพ